ตามหลักจิตวิทยา คนเรามีสัญชาติญาณที่ฝังรากลึกอยู่ในยีนตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ คือความพอใจที่ได้จากการแสวงหาความสุข และการหลีกเลี่ยงความเจ็บปวด สิ่งต่างๆที่เราเลือกหรือตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ จนไปถึงเรื่องคอขาดบาดตาย ล้วนแล้วแต่ขึ้นอยู่กับทั้ง 2 สิ่งที่กล่าวมาทั้งนั้น และหากจะให้เลือกระหว่าง 2 สิ่งนี้ เราจะเลือกที่จะหลีกเลี่ยงจากความเจ็บปวดก่อนเสมอเมื่อนำจิตวิทยานี้มาประยุกต์ใช้กับการทำการตลาด จะเห็นว่าการตลาดที่เราเคยถูกสอนมาให้ตามตื้อคนให้มาเข้าร่วมทำธุรกิจกับเรานั้น ทำให้เราพบกับความเจ็บปวดจากการถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า และยิ่งถูกปฏิเสธมากเท่าไหร่ ความมั่นใจของเราก็ยิ่งลดลง จนทำให้ท้อและเลิกล้มการทำธุรกิจไปในที่สุด นี่คือสาเหตุที่ว่าทำไมคนจึงเลือกปฏิเสธเมื่อถูกชวนให้ทำธุรกิจ แม้ว่าจะมีผลตอบแทนที่สูงล่ออยู่ก็ตาม
ถ้าอย่างนั้นทำอย่างไรจึงไม่ถูกปฏิเสธ? คุณก็ต้องทำการตลาดโดยอาศัยหลัก รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง นั่นคือ 1) รู้จักกลุ่มเป้าหมายของคุณ 2) ทำการแนะนำให้คำปรึกษา หรือเสนอสิ่งที่เขาสนใจต้องการจะซื้ออยู่แล้ว 3) เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย โดยการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับเขา จากนั้นจึงทำการตลาดกับคนเหล่านั้น รายละเอียดในส่วนนี้ สามารถเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมได้ที่หัวข้อ พื้นฐานด้านจิตวิทยาของการตลาดแบบ Attraction marketing นะคะ
นอกจากนี้คุณยังต้องรู้อีกว่า พฤติกรรมในการจับจ่ายของคนเรามีเหตุผลทางจิตวิทยา ดังนี้
-
คนเราไม่ชอบถูกขาย และจะรู้สึกอึดอัด ไม่พอใจมากยิ่งขึ้น เมื่อถูกยัดเยียดขาย และการกระทำนี้ ทำโดยคนแปลกหน้า
-
คนเราชอบที่จะซื้อ เช่น ถ้าตอนนี้คุณมีเงินซัก 10,000 บาท สิ่งที่คุณคิดจะทำอย่างแรกคืออะไร คำตอบส่วนใหญ่หนีไม่พ้นการซื้อ ไม่ว่าคุณจะซื้อให้ตัวเองหรือคนอื่นก็ตาม
-
เราไม่ชอบง้อคน โดยเฉพาะคนแปลกหน้าที่เราหวังให้เอาเงินมาให้ (ในที่นี้คือ สมัครทำธุรกิจกับเรานั่นเอง)
คุณเห็นแล้วหรือยังว่า การตลาดที่คุณถูกสอนมา มันขัดกับธรรมชาติของคนแค่ไหน ไม่ว่าจะให้ลิสรายชื่อ โทรหาคนรู้จัก พยายามขายธุรกิจหรือสินค้าให้ เมื่อหมดคนรู้จักแล้วก็ซื้อรายชื่อแพงๆ เพื่อโทรหาใหม่ ตื้อโทรให้เข้าประชุม ฯลฯ มันขัดด้วยประการทั้งปวง ผลลัพธ์ก็คือ ความล้มเหลว เสียเงิน เสียเวลา โดนคนรังเกียจ เลิกคบ
แล้วทำไมเขายังสอนให้คุณทำแบบนี้อยู่ นั่นก็คือ คนทำธุรกิจส่วนใหญ่ 99% ไม่รู้วิธีการที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ และในคนที่ประสบความสำเร็จ 1% เขาก็ไม่ได้สอนวิธีการที่เขาทำ ให้กับคุณ